สายลุยและนักเดินทางห้ามพลาด! งาน Motor Show 2026 เมื่อค่ายมอเตอร์ไซค์ยักษ์ใหญ่ต่างขนทัพแอดเวนเจอร์ไบค์มาประชันเทคโนโลยีสุดล้ำและดีไซน์ดุดัน พร้อมพังทลายทุกขีดจำกัดไม่ว่าจะเป็นเส้นทางออนโรดหรือออฟโรดสุดโหด และเราได้เราคัด 5 แอดเวนเจอร์ไบค์ตัวไฮไลท์ ที่โดดเด่นทั้งสมรรถนะเครื่องยนต์และระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้น ที่จะเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นการผจญภัยที่ไร้ขีดจำกัด


Honda Africa Twin DCT
รถแอดเวนเจอร์ไบค์ระดับเรือธงที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางสายลุยอย่างแท้จริง มาพร้อมเทคโนโลยีเกียร์อัตโนมัติ DCT ที่ช่วยให้การขับขี่ทั้งในเมืองและเส้นทางออฟโรดเป็นเรื่องง่ายและลื่นไหลมากยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง ผสานกับช่วงล่างที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกสภาพเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นทางเรียบหรือทางฝุ่น พร้อมดีไซน์ที่แข็งแกร่ง ดุดัน สะท้อนความเป็นนักผจญภัยได้อย่างชัดเจนในทุกมุมมอง
เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 4 จังหวะ SOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,084 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 105 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ DCT 6 สปีด ตัวรถมีความยาว 2,330 มม. กว้าง 960 มม. สูง 1,490 มม. ระยะฐานล้อ 1,575 มม. น้ำหนักตัวรถประมาณ 248 กก. และความจุถังน้ำมัน 18.8 ลิตร
ราคาจำหน่าย 718,000 บาท


BMW R 1300 GS Option 719 Tramuntana
เวอร์ชันพิเศษที่ยกระดับความพรีเมียมของสายแอดเวนเจอร์ไปอีกขั้น ด้วยการตกแต่งสุดประณีตในแบบ Option 719 ที่สะท้อนความหรูหราและเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างชัดเจน มาพร้อมพื้นฐานสมรรถนะอันทรงพลังของ R 1300 GS ที่พร้อมลุยได้ทุกเส้นทาง เสริมด้วยรายละเอียดงานดีไซน์ที่โดดเด่นและแตกต่าง เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการทั้งความสามารถในการเดินทางระยะไกล และความพิเศษที่ไม่เหมือนใครในทุกมุมมองของการขับขี่
เครื่องยนต์ 2 สูบนอน Boxer 4 จังหวะ DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ/อากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,300 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 145 แรงม้า ที่ 7,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 149 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ตัวรถมีความยาว 2,212 มม. กว้าง 1,000 มม. สูง 1,430 มม. ระยะฐานล้อ 1,518 มม. น้ำหนักตัวรถประมาณ 237 กก. และความจุถังน้ำมัน 19 ลิตร
ราคาจำหน่าย 1,205,000 บาท


Harley-Davidason Pan America 1250 ST
เป็นอีกหนึ่งรุ่นสำคัญของ Harley-Davidson ในการบุกตลาดสายแอดเวนเจอร์อย่างจริงจัง โดดเด่นด้วยดีไซน์ดุดันตามแบบฉบับอเมริกัน ผสานเข้ากับสมรรถนะที่พร้อมลุยได้ทุกเส้นทาง มาพร้อมเครื่องยนต์ Revolution Max 1250 ที่ให้พละกำลังจัดจ้าน ตอบสนองได้ทันใจทั้งบนถนนเรียบและเส้นทางออฟโรด เสริมด้วยเทคโนโลยีช่วยขับขี่สมัยใหม่ เพิ่มความมั่นใจในทุกสถานการณ์ พร้อมช่วงล่างที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการเดินทางระยะไกลได้อย่างสบาย ทำให้เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นสำหรับสายทัวริ่งยุคใหม่
เครื่องยนต์ V-Twin 2 สูบ 4 จังหวะ DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ Revolution Max 1250 ปริมาตรกระบอกสูบ 1,252 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 9,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 128 นิวตันเมตร ที่ 6,750 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ตัวรถมีความยาว 2,240 มม. กว้าง 895 มม. สูง 1,515 มม. ระยะฐานล้อ 1,580 มม. น้ำหนักตัวรถประมาณ 246 กก. และความจุถังน้ำมัน 21.2 ลิตร
ราคาจำหน่าย 950,000 บาท


Ducati Desert X
รถแอดเวนเจอร์ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากการแข่งขันแรลลี่ทะเลทรายสู่การใช้งานจริงได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสานความดุดันเข้ากับความทันสมัยอย่างชัดเจน มาพร้อมสมรรถนะที่พร้อมลุยทั้งทางเรียบและออฟโรดอย่างมั่นใจ เสริมด้วยช่วงล่างระยะยุบยาวและเทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่ครบครัน ช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกสถานการณ์ เหมาะสำหรับนักขี่สายผจญภัยที่ต้องการรถที่ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางไกลและการลุยเส้นทางสุดท้าทาย
เครื่องยนต์ 2 สูบ L-Twin 4 จังหวะ Testastretta 11° ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 937 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 9,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 92 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ตัวรถมีความยาว 2,200 มม. กว้าง 940 มม. สูง 1,525 มม. ระยะฐานล้อ 1,608 มม. น้ำหนักตัวรถประมาณ 223 กก. และความจุถังน้ำมัน 21 ลิตร
ราคาจำหน่าย 679,000 บาท


Suzuki V-Strom 800DE
แอดเวนเจอร์ไบค์รุ่นใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์สายลุยโดยเฉพาะ มาพร้อมสมรรถนะที่สมดุลระหว่างการขับขี่ทางเรียบและออฟโรดได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยดีไซน์แข็งแกร่งตามสไตล์ V-Strom ผสานกับเทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่ทันสมัย เพิ่มความมั่นใจในทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการออกทริประยะไกล พร้อมช่วงล่างที่ออกแบบมาเพื่อรองรับเส้นทางหลากหลาย นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม
มาพร้อมเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 4 จังหวะ DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 776 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 84 แรงม้า ที่ 8,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 78 นิวตันเมตร ที่ 6,800 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ตัวรถมีความยาว 2,345 มม. กว้าง 975 มม. สูง 1,310 มม. ระยะฐานล้อ 1,570 มม. น้ำหนักตัวรถประมาณ 223 กก. และความจุถังน้ำมัน 20 ลิตร
ราคาจำหน่าย 479,000 บาท
Skip to content







